วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

 Learning notes 13


18 November  2019  Attendance time 08:30 - 12:30


 Knowledge gained today 
  
 เอ็ดการ์ เดล  เชื่อว่าประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม จะทำให้เกิดการเรียนรู้แตกต่างจากประสบการณ์ที่เป็นนามธรรม ดังนั้น จึงจำแนกสื่อการสอนโดยยึดประสบการณ์เป็นหลัก  เรียงตามลำดับจากประสบการณ์ที่ง่ายไปยาก 10 ขั้น เรียกว่า กรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) ดังรูป


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรวยแห่งการเรียนรู้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรวยแห่งการเรียนรู้

ขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนรู้และการใช้สื่อแต่ละประเภทดังนี้
  ขั้นที่ 1 ประสบการณ์ตรง  (Direct  Purposeful  Experience)
       เป็นประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เช่น เล่นกีฬา ทำอาหาร ปลูกพืชผัก หรือเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

 ขั้นที่ 2 ประสบการณ์จำลอง  (Contrived Simulation Experience)
           เป็นกรณีที่ประสบการณ์หรือของจริงมีข้อจำกัดจำเป็นต้องจำลองสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาศึกษาแทน  
  เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง การแสดงเหตุการณ์จำลองทางดาราศาสตร์  เป็นต้น

 ขั้นที่ 3 ประสบการณ์นาฏการ  (Dramatized Experience) 
    เป็นประสบการณ์ที่จัดขึ้นแทนประสบการณ์ตรงหรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตหรืออาจเป็นความคิด ความฝัน สามารถเรียนด้วยประสบการณ์ ตรงหรือประสบการณ์จำลองได้  เช่น การแสดงละคร  บทบาทสมมุติ เป็นต้น

 ขั้นที่ 4  การสาธิต (Demonstration) 
          เป็นการอธิบายข้อเท็จจริงลำดับความคิดหรือกระบวนการเหมาะสมกับเนื้อหาที่ต้องการความ เข้าใจ ความชำนาญหรือทักษะ เช่น การสาธิต การผายปอด การสาธิตการเล่นของครูพละ เป็นต้น

 ขั้นที่ 5 การศึกษานอกสถานที่ (Field Trip) 
          เป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ได้จากแหล่งความรู้ภายนอกห้องเรียนในสภาพจริง  เพื่อเปิดโอกาสให้
นักเรียนรู้หลายด้าน  ได้แก่  การศึกษาความรู้จากสถานที่สำคัญ  เช่น  โบราณสถาน  โรงงาน
อุตสาหกรรม  เป็นต้น 

 ขั้นที่ 6  นิทรรศการ (Exhibition) 
       เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้รับด้วยการดูเป็นส่วนใหญ่อาจจัดแสดงสิ่งต่างๆ เช่น ของ
จริง หุ่นจำลอง วัสดุสาธิต แผนภูมิ  ภาพยนตร์ เป็นต้น

 ขั้นที่ 7 ภาพยนตร์ /โทรทัศน์ (Motion Picture / Television) 
       เป็นประสบการณ์ที่ให้ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ   แต่โทรทัศน์มีความเป็นรูปธรรม
มากกว่าภาพยนตร์  เนื่องจากโทรทัศน์สามารถนำเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะนั้นมาให้ชมได้ใน
เวลาเดียวกันที่เรียกว่า “การถ่ายทอดสด” ในขณะที่ภาพยนตร์เป็น การบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ
ต้องผ่านกระบวนการล้างและตัดต่อฟิล์มก่อนจึงจะนำมาฉายให้ชมได้

 ขั้นที่ 8 ภาพนิ่ง/การบันทึกเสียง  (Picture/Recording) 
เป็นประสบการณ์ที่รับรู้ได้ทางใดทางหนึ่งระหว่างการฟังและการพูด ซึ่งนับเป็นนามธรรม
มากขึ้น ได้แก่  เทปบันทึกเสียง  แผ่นเสียง ซึ่งต้องอาศัยเรื่องการขยายเสียง  ส่วนภาพนิ่ง  ได้แก่  รูปภาพทั้งชนิดโปร่งแสงที่ใช้กับเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ สไลด์ภาพนิ่งจากคอมพิวเตอร์  และ ภาพบันทึกเสียง ที่ใช้กับเครื่องฉายภาพทึบแสง เป็นต้น

 ขั้นที่ 9 ทัศนสัญลักษณ์  (Visual Symbol) 
          เป็นสัญลักษณ์ที่สามารถรับรู้ได้ด้วยระบบประสาทสัมผัสทางตา มีความเป็นนามธรรมมากขึ้น  
จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นพื้นฐาน  คือ  แผนภูมิ  ภาพโฆษณา  การ์ตูน  แผนที่  
และสัญลักษณ์ต่างๆ

 ขั้นที่  10 วจนสัญลักษณ์ (Verbal Symbol) 

       เป็นสัญลักษณ์ทางภาษา เป็นประสบการณ์ขั้นสุดท้าย  ซึ่งเป็นนามธรรมมากที่สุด  ได้แก่  การใช้ตัวหนังสือแทนคำพูด ได้แก่ คำพูด คำอธิบาย หนังสือ เอกสาร แผ่นปลิว แผ่นพับ ที่ใช้ตัวอักษร ตัวเลข แทนความหมายของสิ่งต่าง ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

EF ( Executive Function )  ที่สำคัญมีทั้งหมด 9 ด้าน
 1.ทักษะความจำที่นำมาใช้งาน (Working Memory) คือทักษะจำหรือเก็บข้อมูลจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และดึงมาใช้ประโยชน์ตามสถานการณ์ที่พบเจอ
 2.ทักษะการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) คือความสามารถในการควบคุมความต้องการของตนเองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เด็กที่ขาดความยับยั้งชั่งใจจะเหมือน "รถที่ขาดเบรก" อาจทำสิ่งใดโดยไม่คิด มีปฏิกิริยาในทางที่ก่อให้เกิดปัญหาได้
 3.ทักษะการยืดหยุ่นความคิด (Shift Cognitive Flexibility) คือความสามารถในการยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไม่ยึดตายตัว
 4.ทักษะการใส่ใจจดจ่อ (Focus) คือความสามารถในการใส่ใจจดจ่อ มุ่งความสนใจอยู่กับสิ่งที่ทำอย่าง ต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง
 5.การควบคุมอารมณ์ (Emotion Control) คือ ความสามารถในการควบคุมแสดงออกทางอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เด็กที่ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่ได้ มักเป็นคนโกรธเกรี้ยว ฉุนเฉียว และอาจมีอาการซึมเศร้า
 6.การประเมินตัวเอง (Self-Monitoring) คือการสะท้อนการกระทำของตนเอง รู้จักตนเอง รวมถึงการประเมินการงานเพื่อหาข้อบกพร่อง
 7.การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) คือ ความสามารถในการริเริ่มและลงมือทำตามที่คิด ไม่กลัวความล้มเหลว ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
 8.การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing) คือทักษะการทำงาน ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การวางแผน การมองเห็นภาพรวม ซึ่งเด็กที่ขาดทักษะนี้จะวางแผนไม่เป็น ทำให้งานมีปัญหา
 9.การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) คือ ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย เมื่อตั้งใจและลงมือทำสิ่งใดแล้ว ก็มีความมุ่งมั่นอดทน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ก็พร้อมฝ่าฟันให้สำเร็จ

assessment


 Self-assessment
  1. เข้าเรียนตรงต่อเวลา
  2. แต่งกายถูกระเบียบ
  3. ต้องใจฟัง
  4. นำสมุดมาจดบันทึกในขณะที่อาจารย์สอน
Teacher evaluation
  1. อาจารย์มาตรงเวลา
  2. อาจารย์อธิบายรายละเอียดของวิชาที่จะเรียนได้ชัดเจน
  3. อาจารย์ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้การเรียนวันนี้ไม่เครียด ตึง เกินไป
  4. อาจารย์ดุมากวันนี้ อาจเป็นเพราะอาจารย์อยากให้เราได้ความรู้
  5. อาจารย์มีความยืดหยุ่นในการเรียน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเคลื่อนไหวจบการนำเสนอ

 Learning notes 12


11 November 2019 Attendance time 08:30 - 12:30





 Knowledge gained today 
วันนี้อาจารย์พูดเรื่อง "แนวการสอนไฮสโคป"
ไฮสโคป (High Scope) เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) ของเปียเจต์ (Piaget) 

แนวการสอนแบบไฮสโคป (High Scope) 
ไฮสโคป (High Scope) ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้เด็กอาจแสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กหรือบอกให้ครูบันทึก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ
2. การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหาตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่กำหนดโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสมเป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูง
3. การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง

Active Laerning By Hihg Sachob
หลักการที่สําคัญของไฮสโคปในระดับปฐมวัย คือ การเรียนรู้แบบลงมือกระทํา ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสําคัญในการพัฒนาเด็ก การเรียนรู้แบบลงมือกระทําจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโปรแกรมที่พัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการ การเรียนรู้แบบลงมือกระทํา หมายถึง การเรียนรู้ซึ่งเด็กได้จัดกระทํากับวัตถุ ได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล ความคิดและเหตุการณ์ จนกระทั่งสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Hohmann and Weikart,1995) ทั้งนี้ องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบลงมือกระทํา ได้แก่
1.การเลือกและตัดสินใจเด็กจะเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมจากความสนใจและความตั้งใจของตนเองเด็กเป็นผู้เลือกวัสดุอุปกรณ์และตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอุปกรณ์นั้นอย่างไร การที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจทําให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากกว่าได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้ใหญ่ ดังนั้น ผู้ใหญ่ที่ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการเลือกและการตัดสินใจต้องจัดให้เด็กมีอิสระที่จะเลือกได้ตลอดทั้งวันขณะที่ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันไม่ใช่เฉพาะในช่วงเวลาเล่นเสรีเท่านั้น
2.สื่อในห้องเรียนที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทำจะมีเครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลายเพียงพอและเหมาะสมกับระดับอายุของเด็ก เด็กต้องมีโอกาสและมีเวลาเพียงพอที่จะเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างอิสระเมื่อเด็กใช้เครื่องมือหรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆเด็กจะมีโอกาสเชื่อมโยงการกระทำต่างๆ การเรียนรู้ในเรื่องของความสัมพันธ์ และมีโอกาสในการแก้ปัญหามากขึ้นด้วย
3.การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 การเรียนรู้ด้วยการลงมือกระทำเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 การให้เด็กได้สำรวจและจัดกระทำกับวัตถุโดยตรงทำให้เด็กรู้จักวัตถุ หลังจากที่เด็กคุ้นเคยกับวัตถุแล้วเด็กจะนำวัตถุต่างๆมาเกี่ยวข้องกันและเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ ผู้ใหญ่มีหน้าที่จัดให้เด็กค้นพบความสัมพันธ์เหล่านี้ด้วยตนเอง
4.ภาษาจากเด็กสิ่งที่เด็กพูดจะสะท้อนประสบการณ์และความเข้าใจของเด็กในห้องเรียนที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทําเด็กมักจะเล่าว่าตนกําลังทําอะไรหรือทําอะไรไปแล้วในแต่ละวันเมื่อเด็กมีอิสระในการใช้ภาษาเพื่อสื่อความคิดและรู้จักฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเด็กจะเรียนรู้วิธีการพูดที่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่นได้พัฒนาการคิดควบคู่ไปกับการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองด้วย
5.การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้ใหญ่ในห้องเรียนการเรียนรู้แบบลงมือกระทําต้องสร้างความสัมพันธ์กับเด็ก สังเกตและค้นหาความตั้งใจ ความสนใจของเด็ก ผู้ใหญ่ควรรับฟังเด็ก ส่งเสริมให้เด็กคิดและทําสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองในห้องเรียนที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทํา เด็กจะเผชิญกับประสบการณ์สําคัญซํ้าแล้วซํ้าอีกในชีวิตประจําวันอย่างเป็นธรรมชาติ ประสบการณ์สําคัญเป็นกุญแจที่จําเป็นในการสร้างองค์ความรู้ของเด็กเป็นเสมือนกรอบความคิดที่จะทําความเข้าใจการเรียนรู้แบบลงมือกระทําเราสามารถให้คําจํากัดความได้ว่าประสบการณ์สําคัญเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่เด็กจะต้องหามาให้ได้โดยการปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ คนแนวคิดและเหตุการณ์สำคัญต่างๆอย่างหลากหลายประสบการณ์สำคัญเป็นกรอบความคิดให้กับผู้ใหญ่ในการเข้าใจการเรียนรู้ของเด็ก สามารถวางแผนการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมและประเมินพัฒนาการของเด็กอย่างเหมาะสม

หลังจากนั้นอาจารย์ให้แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ให้ได้ 3 กลุ่ม แล้วอาจารย์เปิดเพลงให้เต้น

ต่อไปเป็นรูปกิจกรรม


ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มใหญ่ให้ได้ 3 กลุ่ม
รอฟังสัญญาณจากอาจารย์ด้วยเสียงเพลง

หลังจากนั้นอาจารย์ก็ขอแรงนักศึกษาให้ช่วยขนของไปตึกใหม่



assessment


 Self-assessment
  1. เข้าเรียนตรงต่อเวลา
  2. แต่งกายถูกระเบียบ
  3. ต้องใจฟัง
  4. นำสมุดมาจดบันทึกในขณะที่อาจารย์สอน
  5. ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน
Teacher evaluation

  1. อาจารย์มาตรงเวลา
  2. อาจารย์อธิบายรายละเอียดของวิชาที่จะเรียนได้ชัดเจน
  3. อาจารย์ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้การเรียนวันนี้ไม่เครียด ตึง เกินไป
  4. อาจารย์ดุมากวันนี้
  5. อาจารย์มีความยืดหยุ่นในการเรียน
  6. วันนี้อาจารย์ดูเครียดๆ และตึงไปหน่อย


 Learning notes 11


28 October 2019 Attendance time 08:30 - 12:30





 Knowledge gained today 

วันนี้เข้าอารมเรื่อง สารนิทัศน์ 

ผศ.ดร.กรรณิการ์ สุสม ซึ่งเป็นผู้ให้ความรู้
องค์รวม (holistic)
กิจกรรมที่ 1 : ความกระตือรือร้น
กิจกรรมที่ 2 : ละลายพฤติกรรม
เช่น การทำให้บรรยากาศน่าเรียน
เพลงที่ 2 ได้อะไร ทำไมถึงมีการจัดกิจกรรม " มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน" มีความกล้าแสดงออก
เพลงที่ 3 เรียนรู้อะไรในเพลง

 ความหมาย
การใช้หลักฐานข้อมูลหรือเอกสารมาจัดทำเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อเป็นเครื่องมือให้ครูนำมาไตร่ตรองสะท้อนความคิดอย่างมีหลักการจัดองค์ความรู้ในการพัฒนาวิชาชีพครู

 คุณค่าและความสำคัญ
เพื่อพัฒนาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยโดยการไตร่ตรองสะท้อนความคิดและการประเมินตนเอง กล่าวว่า   1. สารนิทัศน์การเรียนรู้ของเด็กสามารถสนองความต้องการในการ ประกันคุณภาพการจัดการศึกษาในสถานศึกษา
2. ครูที่จัดทำสารนิทัศน์มักจะสอนเด็กผ่านประสบการณ์ตรง
  3. ช่วยให้การสอนหรือการทำงานของครูมีประสิทธิภาพ
  4. ช่วยให้ครูจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้เหมาะสมกับพัฒนาการและศักยภาพของเด็ก

 กิจกรรมหลัก 4 กิจกรรมของกระบวนการเรียนรู้โดยใช้วิธีการไตร่ตรองสารนิทัศน์ 1. กิจกรรมการเก็บรวบรวมหลักฐาน 2. กิจกรรมแบบไตร่ตรองสะท้อนความคิด 3. กิจกรรมการนำเสนอความก้าวหน้าในการเรียนรู้ 4. กิจกรรมประชุมกลุ่มย่อยและประชุมกลุ่มใหญ่

 ประเภทของสารนิทัศน์ 1. บทสรุปโครงการ
บทสรุปโครงการเรื่องของขวัญระยะที่ 1: โครงการนี้เริ่มต้นโดยวันเกิดของน้องสตางค์ได้ตุ๊กตาหมีเป็นของขวัญจึงนำมาโรงเรียนด้วยเพื่อนๆสนใจและต่างก็พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของขวัญ
2. การสังเกตพัฒนาเด็ก บันทึกพฤติกรรมเด็ก (บันทึกสั้น)
ชื่อ : ด.ญ. ปิยวรรณ อายุ 4 ปี 5 เดือน
สถานที่ : ตลาดท่าน้ำนนท์
วันที่ : 15 มกราคม 2546
เวลา : 09:30 น.
กิจกรรม : ทัศนศึกษา
พฤติกรรม : น้องเดินไปถามพ่อค้าขายของขวัญ ลุงชื่ออะไรค่ะ ทำไมร้านลุงมีของขวัญเยอะจัง น้องเดินไปมองดูตุ๊กตาใกล้ๆ แล้วชี้ไปทางตุ๊กตาโดเรมอน แล้วถามคุณลุงว่าแพงไหมคะ หนูจะเก็บสตางค์มาซื้อ
3. พอร์ตฟอลิโอภาพถ่ายสะท้อนพัฒนาการเด็ก
การเรียนเรื่องของขวัญน้องสตางค์ได้ทดลองทำขนมเค้กจากวิทยากรโดยซักถามว่าขนมเค้กทำจากอะไรจะทานแล้วจะอ้วนไหมซึ่งเป็นการเรียนรู้อย่างลุ่มลึกตามที่สนใจเด็กฝึกค้นหาคำตอบด้วยตนเองอย่างเป็นระบบด้วยการลงมือปฏิบัติจริง
4. ผลงานเด็กรายบุคคลการวาดภาพในระยะแรก
เกี่ยวกับของขวัญของเด็กตามจินตนาการจากประสบการณ์ตรงน้องได้อธิบายความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่วาดและควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือได้ดี
5. ผลงานเด็กแบบกลุ่มเด็กๆ
กำลังช่วยกันวาดภาพของขวัญแบบต่างๆมีทั้งขนมตุ๊กตาของเล่นโดยมีการแบ่งพื้นที่เพื่อจัดประเภทของของขวัญเด็กเรียนรู้การทำงานเป็นทีมมีการแบ่งบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ
6. การสะท้อนตัวเอง
นักเรียน : น้องสตางค์เล่าว่าหนูภูมิใจมากที่ทำการ์ดอวยพรวันเกิดได้
ผู้ปกครอง : ชอบการสอนแบบนี้ ลูกมีคำถามใหม่ๆ ไปถามคุณแม่ อยากมาโรงเรียน อยากให้โรงเรียนสอนแบบนี้
ครู : การสอนแบบโครงการ เป็นการเรียนรู้ที่กลุ่มลึกที่ให้เด็กเรียนรู้อย่างมีคุณค่า และครูก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก

 จะเป็นการสะท้อนตัวเองหลังได้ฟังคำบรรยาย  


 เป็นการสะท้อนพัฒนาการวาดเขียนด้วยสีเทียน


คำถามที่ครูควรใช้ถามเด็กปฐมวัยแยกเป็น 2 ประเภท
1. คำถามที่ถามให้ใช้ความคิดพื้นฐานเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงทบทวนความรู้และการให้ความหมายคำถามประเภทนี้ได้แก่ 1.1คำถามให้สังเกตเช่น
1.1.1 จากการที่ครูผ่าส้มผลนี้เด็ก ๆ เห็นอะไรบ้าง 1.1.2 ในรูปนี้เด็กเห็นอะไรบ้าง 1.2 คำถามทบทวนความจำ
1.2.1 แมวมีกี่ขา 1.2.2 เมื่อวันจันทร์เราฟังนิทานเรื่องอะไร
1.3 คำถามให้บอกความหมายหรือคำจำกัดความเช่น
1.3.1 สัตว์เลี้ยงหมายความว่าอะไร 1.3.2 รับประทานหมายความว่าอะไร 1.4 คำถามบ่งชี้เช่น
1.4.1 จากนิทานที่เด็กๆฟังคิดว่าใครใจดีที่สุด 1.4.2 เด็กคิดว่าใครผมสั้นที่สุดในห้องเรียนของเรา 2. คำถามเพื่อการคิดค้นและขยายความคิดเป็นคำถามที่มุ่งให้เด็กใช้ความคิดโดยนำความรู้และประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐานในการคิดคำถามประเภทได้แก่
 2.1 คำถามให้อธิบายเช่น
2.1.1 เด็กนักเรียนมีหน้าที่ 2.5 คำถามให้สรุปเช่น
2.5.1 นิทานเรื่องนี้สอนเด็กๆในเรื่องใดบ้าง 2.5.2 ฟังเรื่องราวนี้แล้วเด็กๆคิดอย่างไร 2.6 คำถามให้ประเมินหรือตัดสินใจ
2.6.1 อดน้ำกับอดข้าวอย่างใดร้ายแรงกว่ากัน 2.6.2 ถ้าให้เด็กๆเลือกเด็กๆอยากเป็นใครในนิทาน

ช่วงบ่าย
พัฒนาการเล่น (Blocks)
ขั้นที่ 1 สำรวจถือไปถือมา
ขั้นที่ 2 ใช้บล็อกต่อเป็นแนวตั้ง และแนวนอน
ขั้นที่ 3 ต่อเป็นสะพาน
ขั้นที่ 4 ล้อมปิดกั้น
ขั้นที่ 5 สร้างสิ่งต่างๆ ให้ชื่อสิ่งก่อสร้าง
ขั้นที่ 6 สร้างและเล่นบทบาทสมมติ

พัฒนาการโดยใช้กรรไกร
ขั้นที่ 1 ตัดทีละนิด (2-3 ปี)
ขั้นที่ 2 ตัด (3 ปี) ตัดกระดาษออกจากกัน
ขั้นที่ 3 ตัดตามเส้น ตัดตามแนวนอนและแนวตั้ง (3-4 ปี)
ขั้นที่ 4 ตัดตามเส้นโค้ง (4-5 ปี)
ขั้นที่ 5 ตัดภาพ (5-6 ปี)

 บรรยากาศในการอบรม







assessment


 Self-assessment
  1. เข้าเรียนตรงต่อเวลา
  2. แต่งกายถูกระเบียบ
  3. ต้องใจฟัง ผศ.ดร.กรรณิการ์ สุสม 
  4. นำสมุดมาจดบันทึกในขณะที่อาจารย์สอน
  5. ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน
Teacher evaluation
  1. อาจารย์มาตรงเวลา
  2. อาจารย์อธิบายรายละเอียดของวิชาที่จะเรียนได้ชัดเจน
  3. อาจารย์ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้การเรียนวันนี้ไม่เครียด ตึง เกินไป
  4. อาจารย์ดุมากวันนี้
  5. อาจารย์มีความยืดหยุ่นในการเรียน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเคลื่อนไหวจบการนำเสนอ